วันนี้เป็นวันเกิดของเราเอง เมื่อคืนก้นอนไม่ค่อยหลับเพราะว่า ให้ฟานี่นอนกรงใหญ่ครั้งแรก ทั้งที่ปกติเราจะแอบแม่เอาเข้าไปนอนในห้องด้วย เพาะว่าเรากัวเค้าจะเหงา
     ตอนเที่ยงคืนของวันที่ 7(เมื่อวานนั่นล่ะ) ก็ลังเลใจมากๆว่าจะเอาเข้ากรงดี รึจะเอาไปนอนกับเราอีกซักคืน  แต่ด้วยความที่ว่าแม่เห็นว่ากรงเสร็จแล้ว รวมทั้งพ่อเราก็เป้นคนต่อกรงให้ เราก็เลยยอมให้เค้านอนในกรงใหญ่ ตอนแรกก็ยังไม่ยอมออกมาหรอกเราจึงขึ้นบ้านนอนตามปกติ
     เช้ามา เราตื่นสาย (ตามจริงเรากะจะตื่นตั้งแต่ 6โมง  เพื่อลงมาดูฟานี่)  ในใจเราก็หวั่นๆ ใจสั่นๆตั้งแต่ตื่นนอนเหมือนมันจะมีอะไรบางอย่าง  ซึ่งก็เป็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทำให้นอนไม่หลับจนทำให้ตื่นสายนั่นล่ะ
     พอเปิดประตูหลังบ้านออกมาเราก็วิ่งไปดูที่กรงก่อนเลย  ฟานี่ไม่อยู่!!! เท่านั้นล่ะ เราใจหายแล้ว เพราะว่าถ้าเค้าอยู่ในกรงไม่มีหรอกที่จะไม่เกาะอยู่ข้างกรงนั้นเพราะว่าขนาดอยู่ในตระกร้ายังแกะอย่างนั้นแทบทั้งคืน เพราะว่าไม่ยอมนอน
     คราวนี้ทำไงล่ะ ก้มมองที่พื้นทุกที่เปิดไฟสว่างโร่ เรียกก็แล้ว ตะโกนก็แร้ว จนเราแทบจะร้องไห้ออกมา  สิ่งที่เรากลัวมากที่สุดคือ เรากลัวว่าเค้าจะหลุดออกไปข้างนอกบ้าน เพราะว่านอกบ้านมีสุนัขเยอะมาก คนข้างบ้าน 3 บ้าน ต่างเลี้ยงสุนัขทั้งหมดราว 10 กว่าตัว ถ้าหลุดไปลงไม่เหลือแม้แต่ซากให้ดูแน่ๆ
     เรานิ่งไปซักพัก คิดไปต่างๆนานา ว่าเป็นความผิดเราเองที่ดูแลเค้าไม่ดีพอ ทำกรงก็แย่มากๆ ไม่รู้จักตรวจสอบให้ดี  แต่ตอนที่เรานิ่งเงียบคิดอยู่นั้นเราได้ยินเสียง "แกรกๆๆ" เราหันหาตามเสียงทันที
     โอ๊ยแม่เจ้า!!! ฟานี่ชั้นอยู่ตรงนั้น  แต่พอเราอุ้มขึ้นมาตัวมันเหนียวไปหมด  แล้วก้มีกระดาษติดเต็มเลย  มันไม่ร้องเรยซักนิด  เราเรียบเรียงเหตุการณ์ทันที  ฟานี่ติดกาวดักหนูแน่ๆ
     แต่นี่ก้ 8 โมงแล้ว เราต้องไปเรียนแม่กับพ่อเราก้ลงมาพอดี เราก็เอาฟานี่ทั้งสภาพนั้นนั่นล่ะ ยื่นให้แม่

แม่เราก็ทำหน้างงๆ แล้วถามว่า "มันไปทำอะไรมาล่ะ"
เรา "ฟานีติดกาวดักหนูอะ ทำยังไงดี"
พ่อ "อ้าว แล้วมันออกมาได้ยังไง"
เรา "กรงมันมีช่องออกมาได้ค่ะ เมื่อคืนหนูดูไม่ดีเอง"

     เราไม่ต้องการต่อว่าพ่อหรอก  เพราะว่าพ่อไม่ผิด  พ่อเค้าก้รักเรามาก จนลงทุนต่อกรงให้เราเองกับมือ เหนื่อยอยู่หลายวันกว่าจะต่อกรงเสร็จ  เมื่อคืนเราก็เห้ว่ามีช่องอยู่แต่นิ้วเราผ่านได้ลำบกมาก เราจึงประมาทไป  พ่อเห็นเราใจเสีย ท่านก็คงรู้สึกไม่ดี
     แต่มันเป็นเหตุการ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด  ทั้งเรา ทั้งพ่อ ทั้งแม่ ต่างก็เอ็นดูมันในแบบต่างๆ เราก็รีบชงนมป้อนอาหารให้มันก่อน  มันก็กินไปได้แค่ 2 ดรอป  น่าจะเพราะว่ายังคงเสียขวัญอยู่ เราก้ได้แต่จับให้มันอยู่ในอุ้งมือ จะกอดก็ไม่ได้ เพราะว่ากาวมันติดไปหมด

แม่ "ไน้ แม่ว่าไปเรียนได้แล้วนะ เดี๋ยวที่เหลือแม่จัดการเอง"
เรา "อ่าค่ะ" เราได้แต่มองหน้าแม่แวบเดียว แล้วรีบวางรีบลุกไปเตรียมตัวเรียน

     ไม่ใช่ว่าเราห่วงเรียนไม่ห่วงฟานี่นะ  แต่ถ้าเราแสดงออกแม้แต่น้อยว่าเราห่วงการเรียนน้อยกว่าสัตว์เลี้ยง แม่ต้องจับโยนมันทิ้งแน่ๆ  เราจึงได้แค่บอกแม่ว่าจัดการให้ที  ทั้งที่อยากจะร้องไห้ใจจะขาด

     ตอนเช้าเรากินอะไรไม่ลงนอกจากกาแฟแก้วเดียว พอตกเที่ยง เราก้โทรกลับมาบ้าน ถามแม่ว่า ฟานี่เป้นอย่างไรบ้าง  แม่ก้บอกว่าตอนนี้เอาน้ำมัน(น้ำมันพืช)มาาพตัว เพื่อให้กาวละลาย และกาวก็เหลุดออกมาค่อนข้างเยอะแล้ว  มื้อเที่ยงเราจึงไปแก้เซ็งด้วยการไปกินของที่มีรสชาติมากกว่าปกติ

     พอเลิกเรียนเราก็ดิ่งกลับบ้านทันที กลับมาถึงบ้าน เราหาฟานี่ก่อนเรย  แม่กำลังอาบน้ำให้มันอยู่ เพื่อล้างน้ำมันออกจากตัว  ตัวฟานี่ยังคงมีกาวเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย แต่สภาพดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าเยอะแล้ว  แม้ว่าจะยังเหนียวๆอยู่บ้าง
     ตัวฟานี่เช็ดยังไงก้ไม่แห้ง  เราจึงจับให้มันกินผลไม้ก่อน ฟานี่ก็กินได้จำนวนหนึ่ง คงจะหิวมาก เพาะว่าแม่บอกว่า ทั้งวัน มันเอาแต่ตื่นกลัว กินน้อยมากๆ  แต่เมื่ออยู่กับเราแล้วมันก็กินมากขึ้น กินได้อยู่พักเดียวก็เผลอหลับไป คงจะเหนื่อยมาก แต่ท่าทางยังแข็งแรงร่าริง มีแรงพอที่จะไต่ขึ้นหัว(และก็เล่นผมเราอยุ่ได้)

     ฟานี่เอ๋ย พรุ่งนี้ยังต้องมารบรากับเศษกาว+น้ำมันที่เหลืออยู่บนตัวเธออีกนะ พักผ่อนเยอะๆนะจ๊ะ แร้วพรุ่งนี้เราค่อยลุยกันใหม่จ๊ะ