มาแก้ความสงสัยกับเรื่องตกขาวกัน
posted on 06 Sep 2009 22:46 by shadow-ofdead in Healthภาวะตกขาว
ภาวะตกขาว ซึ่งบางทีเรียกว่า มุตกิด
หรือระดูขาวนั้น
เป็นภาวะหนึ่งที่สตรีส่วนมากต้องประสบและทำให้สตรีจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์
และสูตินรีแพทย์
ภาวะดังกล่าวอาจเป็นอาการที่แสดงออกมาจากตอบสนองต่อฮอร์โมนในสตรีที่ปกติ
หรือจากการที่เป็นโรคที่ไม่รุนแรงเรื่อยไปจนกระทั่งถึงโรคที่รุนแรงก็ได้
ดังนั้นภาวะนี้จึงมีความสำคัญมิใช่น้อย
ตกขาว คืออะไร
ตกขาว เป็นของเหลวใด ๆ ที่ไหลออกมานอกช่องคลอด แต่ไม่ใช่เลือด
ของเหลวดังกล่าวส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นจากช่องคลอด ปากมดลูก
และอวัยวะข้างเคียงบริเวณปากช่องคลอด ลักษณะของตกขาว
จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ทั้งในขณะที่อยู่ในภาวะปกติ หรือกำลังเป็นโรคอยู่
ภาวะตกขาวที่ปกติเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตามปกติแล้วในสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (อีกนัยหนึ่ง คือ
สตรีที่อยู่ในช่วงอายุที่ยังมีประจำเดือน
หรือมีฮอร์โมนเพศหญิงเจริญเต็มที่)
จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแตกต่างกันไปตามระยะของประจำเดือน
การเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีผลต่อการลักษณะของเหลวที่สร้างขึ้นมาจากอวัยวะต่าง
ๆ ในระบบสืบพันธุ์สตรี ดังเช่น
ในช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนหรือระยะใกล้เคียงกับการตกไข่
ซึ่งเป็นเวลาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ทำให้ในช่วงเวลานี้
จะมีตกขาวลักษณะค่อนข้างเหลวใส ๆ ปริมาณมากกว่าระยะเวลาอื่น
ส่วนตกขาวในระยะเวลาอื่นจะมีสีขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก นอกจากนั้นแล้ว
ตกขาวที่ปกติควรจะไม่คัน และไม่มีกลิ่น
ถ้าตกขาวของท่านมีลักษณะดังที่กล่าวมานี้ถือว่าปกติ
ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา
อย่างไรก็ตาม สตรีแต่ละท่านจะมีปริมาณตกขาวแตกต่างกันไป
บางท่านอาจมีปริมาณตกขาวมากจนเปื้อนชุดชั้นในอยู่หลายวันในแต่ละเดือน
แต่สำหรับบางท่านอาจมีปริมาณน้อยจนไม่รู้ว่ามีตกขาวเลย
นอกจากนี้ ฮอร์โมนในสตรีในวัยดังกล่าว ทำให้เซลล์ในช่องคลอดสมบูรณ์
และมีการสร้างสารประเภทแป้งที่เรียกว่าไกลโคเจน
ซึ่งจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยแบคทีเรียชนิดหนึ่งให้เป็นกรดอ่อน ๆ
ภาวะนี้จะช่วยป้องกันการรุกรานจากเชื้อโรคชนิดอื่นที่ก่อให้เกิดความผิดปกติ
ได้
ภาวะตกขาวที่ผิดปกติเป็นอย่างไร มีสาเหตุจากอะไร
ตกขาวผิดปกติจะมีลักษณะที่ต่างออกไปจากที่กล่าวมาข้างต้น
จะมีสาเหตุใหญ่อยู่ 2 ประเภท คือ สาเหตุจากการติดเชื้อ
และสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ
ตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ
ตกขาวจากสาเหตุนี้ เกิดได้จากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา และพยาธิในช่องคลอด
ตกขาวประเภทนี้ บางชนิดจะมีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ดังจะกล่าวต่อไป
ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส
เชื้อไวรัสบางชนิดเป็นเชื้อโรคที่ติดต่อมาโดยการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มี
เชื้อ บางครั้งอาจไม่มีอาการชัดเจน ตัวอย่างของโรคในกลุ่มนี้ได้แก่
โรคเริมซึ่งเป็นโรคที่ไม่หายขาด จะมีอาการเป็นตุ่มใส ๆ ขนาดเล็ก
ต่อมาจะแตกเป็นแผลแสบ
มีตกขาวสีเหลืองมีกลิ่นผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งแรกที่ปรากฏอาการ
ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย
ตกขาวประเภทนี้มักมีสีเหลือง หรือค่อนข้างเขียว อาจมีอาการคันในบางราย
เชื้อบางชนิดอาจเกิดตกขาวมีกลิ่นคาวปลาหลังการร่วมเพศ
แต่ในกรณีที่มีการติดเชื้อจากโรคหนองในจะมีตกขาวสีเหลืองจัด
อาจร่วมกับมีอาการปัสสาวะแสบขัดได้
ตกขาวมีสาเหตุจากเชื้อรา
เชื้อราในช่องคลอดมักทำให้เกิดอาการตกขาวสีขาว มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ
คล้ายนมที่ทารกแหวะออกมา และมีอาการคันช่องคลอด
การตกขาวชนิดนี้มักไม่ได้เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์
สาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ
น้ำยาสวนล้างช่องคลอดที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ
หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยกำลังใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน
ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อพยาธิในช่องคลอด
พยาธิชนิดนี้เป็นโรคติดต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง มักมีสีเหลือง
อาจเห็นเป็นฟอง มีอาการคันช่องคลอด และอาจมีกลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย
ตกขาวที่มีสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ
ตกขาวผิดปกติประเภทนี้ มีสาเหตุได้จาก การระคายเคืองหรือแพ้สารเคมี จากมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี
(เช่น มะเร็งของปากมดลูก ช่องคลอด ท่อนำไข่) รวมทั้งเกิจากการมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด
ท่านจะทำอย่างไรในกรณีที่เกิดปัญหาตกขาว
ท่านที่ประสบปัญหาตกขาวที่มีลักษณะปกติดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น
ท่านก็ไม่จำเป็นต้องทำการรักษาแต่อย่างไร
เพียงแต่ควรมาพบสูตินรีแพทย์ของท่าน
เพื่อตรวจภายในพร้อมทั้งตรวจมะเร็งปากมดลูกประจำปี
แต่ถ้าหากว่าท่านมีอาการตกขาวที่มีลักษณะผิดปกติ กล่าวคือ มีสี
กลิ่นผิดไปจากปกติหรืออาจมีอาการคันร่วมด้วย
ก็ควรจะได้รับการตรวจและรักษาให้ถูกต้องตามสาเหตุ
ทั้งนี้เนื่องมาจากการรักษาที่ตรงตามสาเหตุจะทำให้โรคหายเร็วขึ้น เช่น
ในกรณีที่ตกขาวจากเชื้อรา แพทย์อาจจะให้ยาเหน็บรักษาด้วย โคลไทรมาโซล
หรือถ้าเป็นจากเชื้อพยาธิในช่องคลอด ก็อาจจะต้องใช้ยารับประทาน
เมโทรนิดาโซล เป็นต้น
ประการที่สองสาเหตุของตกขาวที่ปิดปกติบางครั้งอาจเกิดจากมะเร็งอวัยวะสืบ
พันธุ์สตรีได้ โรคดังกล่าวนี้ควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ส่วนประการสุดท้ายคือ
ถ้าอาการตกขาวของท่านมีสาเหตุจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ท่านควรจะได้รับการ
ตรวจหาพร้อมกับการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นที่อาจเกิดร่วมด้วย
รวมทั้งต้องมีการตรวจรักษาคู่สมรสด้วย
จึงจะไม่ทำให้ท่านและคู่สมรสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดโรคขึ้นซ้ำอีกในภายหลัง
ข้อเขียนโดย- พ.อ.ผศ.น.พ.ธนบูรณ์ จุลยามิตรพร
- อาจารย์ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา
วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
- หน่วยช่วยการเจริญพันธุ์ และต่อมไร้ท่อทางนรีเวช
กองสูตินรีเวชกรรม รพ.พระมงกุฎเกล้า
- สูติแพทย์ที่ปรึกษา รพ.วิภาวดี
ข้อมูลเพิ่มเติม
ตกขาวที่ปกติ มักจะมีปริมาณไม่มาก
ลักษณะและช่วงเวลาปกติ
ช่วงเวลา : สตรีในช่วงปกติ
ลักษณะที่ปกติ : ตกขาวมี สีขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก ไม่มีกลิ่น ไม่คัน
ช่วงเวลา : สตรีในช่วงกลางรอบเดือนที่มีการตกไข่
ลักษณะที่ปกติ : ตกขาว จะมีลักษณะเป็นมูกใส ไม่มีกลิ่น ไม่คัน
ช่วงเวลา : สตรีตั้งครรภ์
ลักษณะที่ปกติ : มีปริมาณมากกว่าปกติ แต่ยังเป็นสีขาว ไม่มีกลิ่น ไม่คัน
ช่วงเวลา : สตรีในวัยหมดประจำเดือน
ลักษณะที่ปกติ : มักมีน้อยกว่าปกติ จากฮอร์โมนลดลง ช่องคลอดมักแห้งกว่าเดิม
ตกขาวที่ผิดปกติ มักจะมีปริมาณมาก
สาเหตุและอาการผิดปกติ
สาเหตุ : เชื้อรา
อาการผิดปกติ : ตกขาวมีลักษณะเป็นก้อน เป็นลิ่มนม มีกลิ่น คัน
สาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย เช่น หนองใน
อาการผิดปกติ : ตกขาวมีสีเหลือง คล้ายนมข้น ปัสสาวะแสบ คัน
สาเหตุ : พยาธิ
อาการผิดปกติ : ตกขาวมีสีขาวจากการตรวจภายในเห็นเป็นฟองๆ คัน
สาเหตุ : มีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ในช่องคลอด
ผู้ใหญ่ ได้แก่ ถุงยาง หรือ ขอบตาแพะ
เด็ก ได้แก่ เมล็ดผลไม้ วัสดุชิ้นเล็กๆ
อาการผิดปกติ : เกิดการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรีย ตกขาวมีสีเหลือง แสบ คัน
ข้อควรระวัง
อย่าปล่อยให้มีอาการผิดปกติของตกขาวอยู่นานจนเป็นปัญหาเรื้อรัง
เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือเชื้อลุกลามไปยังมดลูก
และปีกมดลูก เกิดการอักเสบ
นอกจากนี้ยังอาจเป็นต้นเหตุของฝีในอุ้งเชิงกรานได้ด้วย
การดูแลรักษา
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างถูกต้อง
ที่สำคัญควรให้ฝ่ายชายมารับการตรวจและรักษาพร้อมๆ กัน
ในเด็กที่มีตกขาวผิดปกติก็ไม่ควรประมาท
อาจตั้งข้อสันนิฐานว่าอาจเกิดจากการล่วงละเมิดทางเพศก็เป็นได้
ลักษณะผิดปกติของตกขาว
การติดเชื้อในช่องคลอดมักจะมีอาการตกขาว คัน และมีกลิ่นคาวออกมา เชื้อที่เป็นสาเหตุของการอักเสบในช่องคลอดได้แก่ trichomoniasis (สาเหตุจากเชื้อ T. vaginalis),การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด bacterial vaginosis (โดยการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นเช่น anaerobic microorganisms, mycoplasmas, and Gardnerella vaginalis แทนเชื้ออื่น),และเชื้อรา candidiasis ลักษณะที่สำคัญคือ
- มีปริมาณตกขาวเพิ่มขึ้นมาก
- สีเปลี่ยนจากขาวไปเป็นสีเหลือง น้ำตาลหรือสีเขียว
- มีกลิ่น
- คันบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะเพศ
- ปัสสาวะขัด
ควรจะพบแพทย์ตรวจเมื่อไร
- ตกขาวร่วมกับอาการปวดท้องและหรือมีไข้
- ตกขาวในเด็ก
- ตกขาวเป็นนานกว่า 2 สัปดาห์
- สงสัยว่าจะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การวินิจฉัยสาเหตุของโรคตกขาว
- นำตกขาวมาตรวจหาความเป็นกรดหาก pH<4.5 โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่ Bacterial Vaginosis or trichomoniasis
- นำตกขาวมา 1 หยดละลายด้วยน้ำยา KOH หากได้กลิ่นปลาน่าจะเป็นโรคBacterial Vaginosis
- นำslide ในข้อ 2 ไปส่องกล้องหากพบใยๆก็เป็นการติดเชื้อรา
- นำตกขาว 1 หยดเจือจางด้วยน้ำเกลือแล้วไปส่องกล้องจะเห็นตัวเชื้อ trichomoniasis หรือ Bacterial Vaginosis
การติดเชื้อแบคทีเรีย Bacterial Vaginosis
การติดเชื้อทริโคโมเนส TRICHOMONIASIS
การติดเชื้อรา Vulvovaginal Candidiasis (VVC)
การป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด
-
- ให้ใส่ถุงยางสำหรับคู่ขาคนใหม่
- รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ออกกำลังกาย นอนหลับให้พอ ดื่มน้ำมากๆ
- ดูแลบริเวณนั้นให้สะอาดและแห้ง
- ใช้กางเกงในผ้าฝ้าย ให้ใส่เสื้อผ้าหลวมๆเพิ่มให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
- ให้เช็ดก้นจากหน้าไปทางข้างหลัง
- ไม่ใช้ผ้าอนามัยชนิดสอด หรือชนิดกลิ่นหอม
- ไม่ใช้สารหล่อลื่น
- ไม่สวนล้างช่องคลอด เนื่องจากการสวนล้างช่องคลอดจะทำให้ความสมดุลของเชื้อเสียไป
- อย่าใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน
- งดร่วมเพศขณะรักษา
- ห้ามใส่น้ำหอม หรือสบู่หอบ
- ให้ล้างอวัยวะเพศก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์
- เอาล่ะค่ะได้อ่านแล้วสบายใจขึ้นกัน หรือยังคะ ครูเอามาหลายๆเวอร์ชั่นจะได้หลากหลายขึ้น ถ้ายังไงครูก็ขอให้ผู้อ่านปลอดภัย จากโรคร้ายกันถ้วนหน้านะคะ
เครดิต : KRU TUCK